พระบรมธาตุแสนไห

ที่นี่เป็นพระบรมธาตุที่มีความเก่าแก่ ด้วยเชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมีเรื่องราวกล่าวถึงในช่วงเวลาที่ พระพุทธเจ้าเสด็จมายังดินแดนสุวรรณภูมิ ชาวกระเหรี่ยงพื้นบ้านได้นำแตงโมมาถวาย ขณะเสวยแตงโม พระทนต์ (เขี้ยว) ได้กะเทาะ (แหง) ออกมา

จึงทรงให้พระอานนท์นำไปมอบให้แก่กระเหรี่ยงผู้นำแตงโมมาถวาย เมื่อพระเจตบุตรเจ้าเมืองทราบเรื่องเข้า จึงได้ประกาศให้ชาวเมืองร่วมกันก่อสร้างพระธาตุแห่งนี้ขึ้น และต่อมาก็ได้รับการบูรณะในปี พ.ศ.2457 โดยเป็นการก่อสร้างทับพระธาตุเดิมที่มีขนาดเล็ก ซึ่งพระธาตุองค์ใหม่นั้นมีสัณฐาน 8 เหลี่ยม เป็นประติมากรรม ผสมระหว่างพม่าและล้านนาไทย อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากตำนานที่เอ่ยถึงนี้ ยังมีเรื่องราวความสัมพันธ์ของพระธาตุที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งที่ทรงยกทัพไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อปี พ.ศ.2147 ซึ่งเชื่อว่าพระองค์น่าจะเสด็จมาพักทัพที่พระบรมธาตุแห่งนี้ และทรงสร้างบ่อน้ำใช้ส่วนพระองค์และช้างศึก ตรงบริเวณด้านหน้าเนินเขาอันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่าบ่อน้ำช้าง อีกทั้ง สมเด็จพระนเรศวรทรงทอดพระเนตรเห็นองค์พระบรมธาตุ มีสภาพทรุดโทรมจึงได้โปรดให้ทหารและชาวบ้านทำการบูรณะ จากนั้นพระองค์ได้เสด็จยกทัพต่อไป แล้วทรงประชวรจนเสด็จสวรรคต ต่อมา สมเด็จพระเอกาทศรถจึงทรงสั่งเลิกทัพและอัญเชิญพระบรมศพ กลับมาทางเมืองแหง พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องประดับและทรัพย์สินเพื่อใช้ในการบูรณะพระบรมธาตุ โดยบรรจุลงในไหจำนวนมากก่อนบรรจุไหนั้นลงในฐานพระบรมธาตุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นมาชาวบ้านจึงได้เรียกพระธาตุแห่งนี้ว่า “พระบรมธาตุแสนไห” และจะมีงานสรงน้ำพระบรมธาตุ ในวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ ของทุกปี รวมทั้งในวันที่ 13 เมษายน อันเป็นวันสงกรานต์อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองแหง จากบ้านเมืองงายเข้ามา 55 กิโลเมตร///ททท.